>> KHUN <<'s profileกาญจนา's spacePhotosBlogLists Tools Help
      
 

Blog


    July 24

    รำวงเเละรำโทน

     

       
       
    รำโทนเเละรำวง

    รำวงเป็นการละเล่นอย่างหนึ่งของชาวบ้าน ที่ร่วมกันเล่นเพื่อความสนุกสนานและเพื่อความสามัคคี นิยมเล่นกันในระหว่าง พ.ศ. ๒๔๘๔-๒๔๘๘ รำวงนั้นเดิมเรียกว่า "รำโทน" เพราะได้ใช้โทนเป็นเครื่องดนตรีตีประกอบจังหวะ โดยใช้โทนเป็นจังหวะหลัก มีกรับและฉิ่งเป็นเครื่องดนตรีประกอบ แต่ไม่มีเนื้อร้อง ผู้รำก็รำไปตามจังหวะโทน ลักษณะการรำก็ไม่มีกำหนดกฏเกณฑ์ เพียงแต่ย่ำเท้าให้ลงจังหวะโทน ต่อมามีผู้คิดทำนองและบทร้องประกอบจังหวะโทนขึ้น ต่อมารำโทนได้พัฒนาเป็น "รำวง" มีลักษณะคือ มีโต๊ะตั้งอยู่กลางวง ชาย-หญิงรำเป็นคู่ๆ ไปตามวงอย่างมีระเบียบ เรียกว่า "รำวงพื้นเมือง" เล่นได้ทุกงานเทศกาล ทุกฤดูกาล หรือจะเล่นกันเองเพื่อความสนุกสนาน

            ในช่วง พ.ศ. ๒๔๘๔ อยู่ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นได้เจรจาขอตั้งฐานทัพในประเทศไทย เพื่อเป็นทางผ่านสำหรับลำเลียงเสบียง อาวุธและกำลังพล เพื่อไปต่อสู้กับฝ่ายสัมพันธมิตร โดยยกพลขึ้นที่ ตำบลบางปู จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๔๘๔  จอมพล ป. พิบูลสงคารม นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น จำเป็นต้องยอมให้ทหารญี่ปุ่นตั้งฐานทัพ มิฉะนั้นจะถูกฝ่ายอักษะซึ่งมีประเทศญี่ปุ่นรวมอยู่ด้วยนั้นปราบปราม  ประเทศไทยขณะนั้นจึงเป็นจึงเป็นเป้าหมายให้ฝ่ายสัมพันธมิตรโจมตี ส่งเครื่องบินมาทิ้งระเบิดทำลาย ทำให้ชีวิตผู้คน บ้านเรือน ทรัพย์สินเสียหายยับเยิน โดยเฉพาะที่ที่อยู่ใกล้กับฐานทัพญี่ปุ่น ส่วนใหญ่แล้วฝ่ายพันธมิตรจะส่งเครื่องบินมารุกรานจุดยุทธศาสตร์ในเวลาคืนเดือนหงาย เพราะจะมองเห็นจุดยุทธศาสตร์ได้ง่าย  ชาวไทยมีทั้งความหวาดกลัวและตึงเครียด จึงได้ชักชวนกันเล่นเพลงพื้นเมือง คือการรำโทน เพื่อผ่อนคลายอารมณ์ที่ตึงเครียด ให้เพลิดเพลินสนุกสนานขึ้นบ้าง

            การรำโทนนั้นใช้ภาษาที่เรียบง่าย เนื้อร้องเป็นเชิงเย้าแหย่ หยอกล้อ เกี้ยวพาราสีกันระหว่างหนุ่มสาว ทำนองเพลง การร้อง ท่ารำ การแต่งกายก็เรียบง่าย มุ่งความสนุกสนาน พอผ่อนคลายความทุกข์ไปได้บ้างเท่านั้น จอมพล ป. พิบูลสงครามเกรงว่าชาวต่างชาติที่ได้พบเห็นจะเข้าใจว่า ศิลปะการฟ้อนรำของไทยมิได้ประณีตงดงาม ท่านจึงได้ให้มีการพัฒนาการรำโทนขึ้นอย่างมีแบบแผน ประณีตงดงาม ทั้งท่ารำ คำร้อง ทำนองเพลง และเครื่องดนตรีที่ใช้ตลอดจนการแต่งกาย จึงเรียกกันว่า "รำวงมาตรฐาน" เพื่อจะได้เป็นแบบอย่างต่อไป

     

     

     

     
      
      
      
     
     


            

     

     
     
     
     
     
     
     
       
     
       
    June 05
    ดนตรีสากล
     

    ดนตรีประเภทคีย์บอร์ด

    เปียโน [Piano]
    เริ่มเป็นที่นิยมแพร่หลายในปลายคริสตศตวรรษที่18
    เสียงของเปียโนเกิดจากการสั่นสะเทือนของสาย
    ที่ถูกฆ้อนเล็กๆตีสายซึ่งขึงอยู่ข้างในเมื่อผู้เล่นกดคีย์และเมือผู้เล่น
    ยกนิ้วขึ้นสักหลาดชิ้นเล็กๆจะกลับทาบลงบนสายทำให้หยุดความสั่นสะเทือน
    เสียงก็จะหยุด เปียโนสามารถทำให้เสียงยาวได้โดยเหยียบ Pedal
    เปียโนมีช่วงเสียงกว้างมากสามารถเล่นให้มีเสียงดัง-เบาได้
    ตามความแรงของนิ้วที่กดลงบนคีย์ ชื่อเรียกเต็มคือ
    เปียโนฟอร์เต้ (Piano-forte)เป็นภาษาอิตาเลี่ยน หมายความว่า
    เล่นได้ทั้งเบาและดัง (piano แปลว่าเบา forte แปลว่าดัง)

    ฮาร์พซิคอร์ด [Harpsichord]
    เป็นต้นตระกูลของเปียโน
    นิยมเล่นกันแพร่หลายในคริสตศตวรรษ ที่ 16, 17 และ18
    มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Claveein (ฝรั่งเศส) Clavicembalo (อิตาเลียน)
    และ Virginal (อังกฤษ) มีคีย์คล้ายๆ เปียโนแต่โดยมากมักจะมี 2 ชั้น
    เสียงเกิดขึ้นเพราะวัตถุคล้าย Prectrum ของกีต้าร์ เมื่อเวลาผู้เล่นกดคีย์
    เสียงคล้ายเสียงของ สแปนิชกีต้าร์ สามารถเล่นได้รวดเร็วและชัดเจนแจ่มใส
    แต่เสียงไม่ค่อยจะดังมากนัก

    ซินธิไซเซอร์ [Synthesizer]
    เป็นเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งที่จัดว่าเป็นเครื่องดนตรีอีเลคโทรนิค
    ที่ปรับปรุงใหม่ซึ่งให้เสียงแตกต่างกันมากมายภายในเครื่องเดียว
    สร้างความสะดวกให้ผู้เล่นสามารถค้นหาเสียงได้มากมาย

     

    ดนตรีประเภทเครื่องประกอบจังหวัง

    รำมะนา [Tambourine]
    Tambourine มีรูปร่างคล้ายกลองแบนๆ
    ขึงด้วยหนังหน้าเดียวขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ10นิ้ว
    รอบๆ ขอบมีลูกกระพรวนติดอยู่เป็นระยะๆ
    เพื่อทำให้เกิดเสียงกรุ๋งกริ๋งเวลาผู้เล่นเขย่า
    เป็นเครื่องประกอบจังหวะที่พวกเสปน ยิปซี ใช้ประกอบการเต้นรำมาช้านาน
    เป็นเสียงที่ให้ความรู้สึกครึกครื้น สนุกสนาน
    ฉาบ [Cymbals]
    เป็นเครื่องประกอบจังหวะที่มีลักษณะเหมือนฉาบของไทย แต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก เป็นจานทองเหลืองบางๆ 2 อัน มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 10-24 นิ้ว ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง15-16 นิ้ว เป็นขนาดที่ใช้ในวงดุริยางค์ ใช้ตีกระทบกัน เป็นเครื่องประกอบจังหวะที่ให้เสียงอึกทึกที่สุด

    กลองชุด [Drumkit]
    ประกอบด้วยกลองหลายใบรวมอยู่ด้วยกัน เช่น Bass,Tenor,Snare,Cymbals ใช้ผู้เล่นคนเดียวสำหรับBass Drum และ Cymbals ผู้เล่นใช้เท้าเหยียบกระเดื่อง มือทั้งสองถือไม้ตีกลองใบอื่น และฉาบด้วย

     

    กลองทิมปานี [Timpani]
    ทิมปานีเป็นกลองที่ปรับระดับเสียงได้
    รูปร่างคล้ายกระทะ ตั้งอยู่บนฐาน ตัวกลองทำด้วยทองแดง
    ใช้หนังลูกวัวขึง มีสกรูอยู่รอบๆ ขอบกลอง
    เพื่อใช้บังคับหนังกลองให้ตึงมากน้อยให้เกิดระดับเสียงที่ต้องการ
    นอกจากสกรูแล้วที่ฐานยังมีกระเดื่องไว้ให้ผู้เล่นเหยียบเปลี่ยนระดับเสียง
    อุปกรณ์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ไม้ตีกลอง (Drum Sticks)
    ซึ่งมีขนาดแตกต่างกัน (ล็ก กลาง ใหญ่) หัวไม้ตีกลอง
    มักจะหุ้มด้วยสักหลาด ผ้า สำลี ไม้ก๊อก หรือ ฟองน้ำ
    เสียงของทิมปานี จะทุ้มมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเส้นผ่าศูนย์กลาง
    ของหน้ากลอง ถ้าเส้นผ่าศูนย์กลางยาวมากเสียงก็จะทุ้มมาก
    ถ้าเส้นผ่าศูนย์กลางสั้น เสียงจะมีความทุ้มน้อย
    เสียงของกลองทิมปานี เทียบได้กับเสียงเบสเป็นเสียงที่แสดงอำนาจ
    ตื้นเต้น เร้าใจ กลองทิมปานีใช้ในวงซิมโฟนีออร์เคสตร้ามานานแล้ว